คอนทราสต์โฟโตโครมิก

ฟิล์มโฟโตโครมิก



คือฟิล์มติดรถยนต์และอาคารเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน ใช้เทคโนโลยี Magnetron Sputtering ระดับนาโนจากประเทศเยอรมัน และกระบวนการเฉพาะทางซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทผู้ผลิต จึงทำให้ได้คุณสมบัติพิเศษในการเปลี่ยนความเข้มของฟิล์มได้สูงถึง 45% (แบรนด์ที่เป็นเทคโนโลยีเก่าเปลี่ยนได้เพียง 3-10%)

นอกจากนั้น คอนทราสต์ยังเป็นฟิล์มนาโนเซรามิกที่ใช้เทคโนโลยีระดับนาโนในการเพิ่มอนุภาคเงิน (Single Silver) บนเนื้อเซรามิกของฟิล์มซึ่งจะช่วยทำหน้าที่สะท้อนความร้อนออกจากกระจกเป็นการแก้ปัญหาการที่เซรามิกดูดซับความร้อน (Heat Absorbing of Ceramic Effect) จึงทำให้กระจกรถยนต์และอาคารของคุณเป็นฉนวนความร้อนที่สะท้อนความร้อนได้ดีอีกด้วย และด้วยความเป็นฟิล์มชนิดเซรามิกที่มีการจัดเรียงตัวระดับนาโนของอนุภาคเพื่อสร้างเฉดสี จึงทำให้มีคุณสมบัติเด่นด้านความคมชัดจากภายใน และมองเห็นเฉดสีชัดเจนจากภายนอก

คอนทราสต์จึงเป็นทั้งฟิล์มติดรถยนต์และอาคารที่รวมฟิล์มชนิดโฟโตโครมิกและฟิล์มนาโนเซรามิกไว้ในตัวเดียวกัน จึงสามารถผนวกรวมคุณสมบัติเด่นของฟิล์มทั้งสองประเภทได้อย่างลงตัวอย่างที่คุณไม่เคยพบมาก่อน จึงทำให้สามารถป้องกันรังสีความร้อนทั้งยูวีและอินฟราเรดได้อย่างเต็มที่ในเวลากลางวัน โดยฟิล์มจะเปลี่ยนความเข้มอัตโนมัติจาก 30% เป็น 75% เมื่อได้รับแสงแดดเต็มที่ และจะเปลี่ยนความเข้มกลับมาเป็น 30% อีกครั้งเมื่อไม่มีแสงแดดหรือเวลากลางคืน คุณจึงรู้สึกสบายตาและมีทัศนวิสัยอย่างชัดเจนในทุกสถานการณ์



คุณสมบัติเด่นของฟิล์มคอนทราสต์โฟโตโครมิก

ปรับเฉดสีอัตโนมัติตามความแรงของแสงแดดภายใน 5 วินาทีด้วยฟิล์มสมาร์ตออพติคอล-คอนโทรล

ให้การมองที่ชัดเจนที่สุดในเวลากลางคืนด้วยค่าแสงผ่านที่ปรับอัตโนมัติสูงขึ้นคุณจึงไม่ต้องเพ่งสายตาผ่านฟิล์มมืด

เป็นมิตรกับทุกสัญญาณดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณดาวเทียมจาก GPS, สัญญาณ RF ID จาก Easy pass, สัญญาณ Wi-Fi จากกล้องวงจรปิดติดรถยนต์, สัญญาณดิจิตอลจากระบบตรวจจับความดันของล้อยาง(TPMS), สัญญาณของทีวีดิจิตอล เป็นต้น

ด้วยความหนาของฟิล์มที่มีมากกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไป 3-4 เท่า กระจกที่ติดฟิล์ม Kontrast จึงกลายเป็นกระจกนิรภัยไปในตัว ซึ่งจะช่วยป้องกันการแตกกระจายของกระจกเวลาเกิดอุบัติเหตุ หรือช่วยหน่วงเวลาการโจรกรรมจากการทุบกระจก

มั่นใจกับมาตรฐาน UV400 ที่ช่วยปกป้องคนที่คุณรักและอุปกรณ์ที่สวยงามราคาแพงในรถยนต์ของคุณให้ปลอดจากรังสี UVA และ UVB

ถนอมสายตาในเวลากลางวันด้วยค่าแสงผ่านที่ต่ำลงอัตโนมัติเมื่อมีแสงแดดจ้าพร้อมทั้งมาตรฐาน UV400 ที่ช่วยปกป้องดวงตาของคุณ

ให้การเปลี่ยนแปลงเฉดสีอย่างเห็นได้ชัดจากค่าแสงผ่าน VLT45% ไปเป็น VLT13% ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากถึง 32%

ด้วยความสามารถในการสะท้อนและปฏิเสธรังสียูวีและรังสีอินฟราเรด บวกกับความหนาพิเศษของฟิล์ม Kontrast จึงเป็นฟิล์มที่ทำตัวเป็นฉนวนความร้อนที่สามารถอนุรักษ์พลังงานได้เป็นอย่างดี นั่นคือสามารถป้องกันความร้อนไหลเข้าและช่วยเก็บรักษาความเย็นไว้ภายในห้องโดยสาร

ด้วยเนื้อฟิล์มมีความหนามากขึ้นบวกกับชั้นอนุภาคเงินทำให้อายุการใช้งานนานมากขึ้น 40% จึงรับประกันนาน 7 ปีเต็ม






ความแตกต่างระหว่างฟิล์ม Kontrast กับฟิล์มยี่ห้ออื่นๆ


ความแตกต่าง Kontrast ฟิล์มอื่นๆ คำอธิบาย
เทคโนโลยี แมกนีตรอนสปัตเตอริ่ง ระดับนาโนเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด กระบวนการสปัตเตอริ่งแบบเก่า เทคโนโลยีระดับนาโนแมกนีตรอนสปัตเตอริ่งซึ่งใช้เทคนิคขั้วแม่เหล็กไฟฟ้าในการควบคุมพลาสม่าเพื่อเสริมการระดมยิงของอนุภาคไอออน เทคโนโลยี, เครื่องจักรและสายการผลิตฟิล์ม Kontrast นี้เป็นของบริษัท Leybold Opticsจากประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกของเทคโนโลยีการเคลือบผิวฟิล์มบาง จึงทำให้ได้คุณสมบัติพิเศษในการเปลี่ยนความเข้มของฟิล์มได้สูงถึง 45% (แบรนด์ที่เป็นเทคโนโลยีเก่าทั่วไปเปลี่ยนได้เพียง 3-10%)
โครงสร้าง ชั้นอนุภาคเงิน + ชั้นตั้งต้น + ชั้นเซรามิก ชั้นตั้งต้น + ชั้นเซรามิก ด้วยการเพิ่มอนุภาคเงิน(Single Silver)ลงบนเนื้อฟิล์มจะช่วยทำหน้าที่สะท้อนความร้อนออกจากกระจก จึงเป็นการแก้ปัญหาการที่เซรามิกดูดซับความร้อน(heat absorbing of ceramic effect) จึงทำให้กระจกรถยนต์ของคุณเป็นฉนวนความร้อนที่สะท้อนความร้อนได้ดี
ความทนทานต่อปัจจัยที่ทำให้สีซีดจาง (ออกซิเดชั่น) ทนทานยาวนานกว่า 40 % สีอาจจะมีซีดจางเมื่อถูกแสงยูวีนานถึง 5 ปี ด้วยการเพิ่มชั้นอนุภาคเงินลงบนเนื้อฟิล์มจะช่วยทำให้การเกิดออกซิเดชั่นช้าลง จึงมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
ความหนาหน่วย mil = 1/1000 inch หรือ 0.0254 mm รุ่น KL70= 2.5mil (0.0635mm.) รุ่น KT45,KT70=3mil (0.0762mm.) รุ่น KT55 = 4 mil (0.1016mm.) ประมาณ 1.5-2.0mil ฟิล์มที่หนากว่าผลิตด้วยต้นทุนที่สูงกว่าเพื่อประโยชน์ต่างๆดังนี้
- ป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าและป้องกันความเย็นจากภายในออกได้ดีกว่าเพราะฟิล์มที่หนากว่าจะมีความต้านทานความร้อนสูงกว่า
- ช่วยป้องกันรอยย่น (anti-wrinkle)
- ช่วยป้องกันการระเบิด (explosion-proof)
- เพิ่มอายุการใช้งาน